วิธีดูแลผู้ป่วย ที่รักษาหายยาก หรือป่วยเรื้อรังนั่นเอง

ผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ อัมพาต หืด ถุงลมปอดโป่งพอง ไตวายเรื้อรัง มะเร็ง โรคเลือด โรคความจำเสื่อม โรคจิต ควรปฏิบัติดังนี้

  1. ผู้ป่วยที่นอนติดเตียง ช่วยตัวเองไม่ได้ ผู้ป่วยที่ต้องล้างไตทางเลือดหรือทางช่องท้อง ต้องให้เลือดหรือฉีดยารักษา (เช่น เคมีบำบัด) บ่อย หรือต้องไปพบแพทย์บ่อย (ทุก 1-2 สัปดาห์) ควรย้ายไปอยู่ในโรงพยาบาลหรือที่พักอาศัยที่สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลได้สะดวก
  2. ผู้ป่วยควรใช้ยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์เช่นเดียวกับในภาวะปกติ
  3. เก็บรักษายาที่ใช้ให้ปลอดภัยและใส่ในถุงพลาสติกหรือกระเป๋าที่กันน้ำได้ และพร้อมที่จะนำติดตัวเมื่อต้องย้ายที่อยู่
  4. จดบันทึกชื่อยา ขนาดและวิธีใช้ หรือเก็บซองยาเปล่า (ที่มีการเขียนระบุชื่อยาและวิธีใช้) ไว้ ถ้ายาหายหรือเปียกน้ำหรือใกล้หมด ควรให้ญาตินำบันทึกหรือซองยาเปล่านั้นไปขอยาที่โรงพยาบาลหรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่อยู่ใกล้บ้าน หรือโทรศัพท์ติดต่อกับโรงพยาบาลหรือหน่วยกู้ชีพฉุกเฉิน (โทร.1669) เพื่อขอความช่วยเหลือ
  5. การให้ของฝากสำหรับผู้ป่วย

ดูแลผู้ป่วย ถ้ามีอาการกำเริบหรือมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บหน้าอกมาก แขนขาอ่อนแรง ชักเกร็ง ปวดศีรษะมาก สับสน เป็นลม ซึมหรือไม่ค่อยรู้ตัว หายใจหอบ เหนื่อยง่าย กินไม่ได้ ท้องเดินมาก อาเจียนมาก มีไข้สูง ปัสสาวะออกน้อย หรือมีอาการโรคจิตกำเริบ (เช่น คลุ้มคลั่ง หวาดระแวง ทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น) ควรไปพบแพทย์หรือปรึกษาแพทย์ทางโทรศัพท์

ผู้ป่วยเบาหวาน

1. หลีกเลี่ยงการลงย่ำน้ำ เพราะอาจเกิดบาดแผลหรือน้ำกัดเท้า เป็นอันตรายได้

2. มีน้ำตาลหรือน้ำหวานติดตัวไว้กินแก้ไขเมื่อเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ (มีอาการใจหวิว ใจสั่น จะเป็นลม หรือสับสน มักพบในกรณีใช้ยาฉีดหรือกินยาเบาหวานขนาดมาก หรือกินข้าวได้น้อย)

3. พบแพทย์หรือปรึกษาแพทย์ทางโทรศัพท์ ถ้า (1) มีอาการหมดสติ ไม่ค่อยรู้สึกตัว ชักหรือสับสน หรือ (2) มีอาการกระหายน้ำและปัสสาวะมากกว่าที่เคย (เนื่องจากภาวะน้ำตาลสูงรุนแรง มักเกิดกับกรณีขาดยาหรือไม่ยอมใช้ยา) หรือ (3) มีภาวะน้ำตาลต่ำเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือ (4) มีแผลที่เท้า มีไข้สูง หนาวสั่น กินไม่ได้ ท้องเดินมาก หรืออาเจียนมาก

ขอบคุณเครดิต เจ้าของคลิปวีดีโอ วชิร แก้วบุรี

สำหรับผู้ป่วยที่ล้างไตทางช่องท้องอยู่ที่บ้าน

พบแพทย์หรือปรึกษาแพทย์ทางโทรศัพท์ ถ้ามีการติดเชื้อที่แผล (บวม แดง ร้อน กดเจ็บบริเวณผิวหนังรอบๆ ช่องทางออกของสายล้างไต) เยื่อบุช่องท้องอักเสบ (ปวดท้อง) น้ำยาล้างไตที่ออกมาจากช่องท้องขุ่น (อาจมีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดินร่วมด้วย) น้ำยาไม่ไหลหรือไหลช้า น้ำยามีวุ้น น้ำยามีสีแดงคล้ายมีเลือดปน หรือสายล้างไตรั่ว ขาดหรือแตกชำรุด

สำหรับผู้ป่วยโรคหืดหรือถุงลมปอดโป่งพอง

พบแพทย์หรือปรึกษาแพทย์ทางโทรศัพท์ ถ้ามีอาการหอบเหนื่อยกำเริบ หายใจมีเสียงดังวี้ด มีไข้สูง ไอมาก หรือเจ็บหน้าอกมาก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *